เมื่อมองไปที่สถานการณ์การตลาดระดับสากล เราจะพบว่าแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงวิกฤตได้ หากจะพูดถึงการปรับตัวครั้งสำคัญ ต้องยกให้กรณีของ Diageo
เจาะลึกวิกฤตที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ต้องสั่นคลอน
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ผลประกอบการของ Diageo เคยเป็นที่อิจฉาของคู่แข่ง ทว่าสถานการณ์กลับพลิกผันเมื่อมูลค่าตลาดหายไปเกือบหนึ่งในสาม
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นสามารถสรุปออกมาได้เป็นประเด็นสำคัญ:
- การประเมินกำลังซื้อผิดพลาด: บริษัทเน้นขายสินค้าพรีเมียมในขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว
- ความล่าช้าในการปรับตัวตามกระแสโลก: Diageo ตามไม่ทันกระแสเครื่องดื่มผสมสำเร็จรูปที่กำลังเติบโต
- ความบกพร่องในโซ่อุปทาน: แม้แต่แบรนด์หลักอย่าง Guinness ยังขาดแคลนสต็อก
ปฏิรูปโครงสร้างใหม่ด้วยมืออาชีพด้าน Turnaround
เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน Lewis ผู้เคยฝากผลงานระดับโลกกับ Tesco get more info เข้ามารับตำแหน่งด้วยความท้าทาย เขาไม่ได้เข้ามาเพื่อประนีประนอมแต่เข้ามาเพื่อผ่าตัดองค์กรอย่างจริงจัง
กลยุทธ์ที่ Lewis นำมาใช้คือการล้างไพ่ชั้นผู้บริหารและปรับปรุงโครงสร้างภายใน:
- การปรับเปลี่ยนบุคลากรระดับสูง: ผู้บริหารที่อยู่มายาวนานหลายคนต้องสละตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้แนวคิดใหม่
- การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ: การรวมแอฟริกาและยุโรปเข้าด้วยกันเพื่อลดค่าใช้จ่าย
- การกระจายอำนาจการตัดสินใจ: การลดอำนาจจากส่วนกลางเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าท้องถิ่นได้ดีขึ้น
สรุปแนวคิดการบริหารที่ได้จากวิกฤตครั้งนี้
กรณีนี้สอนให้รู้ว่าโลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน และนี่คือบทเรียนสำคัญ: หนึ่งคือการติดกับดักความสำเร็จเดิมคืออันตรายที่สุด โลกที่เปลี่ยนไปต้องการกลยุทธ์ใหม่เสมอไม่ว่าคุณจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม
ประการที่สอง ปัญหาภายในมักรุนแรงกว่าปัจจัยภายนอก ความล้มเหลวในการอ่านเทรนด์ตลาดคือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องรับผิดชอบโดยตรง
ประการที่สาม การปฏิรูปมักมาพร้อมความเจ็บปวด การยอมเสียสละในระยะสั้นคือการลงทุนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
ข้อสี่ การตอบสนองที่รวดเร็วชนะทุกสิ่ง การกระจายอำนาจและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากจะช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นจากวิกฤตได้
เส้นทางของ Diageo ยังคงต้องติดตามกันต่อไป ด้วยรากฐานแบรนด์ที่แข็งแกร่งและผู้นำที่มีประสบการณ์ มีความเป็นไปได้สูงที่ Diageo จะกลับมาทวงบัลลังก์ได้อีกครั้ง